เลือกประเทศอื่นเพื่อรับบริการ

นวัตกรรมจอภาพยุคใหม่

นวัตกรรมจอภาพยุคใหม่

ในฐานะผู้นำด้านจอภาพขนาดใหญ่พิเศษ และผู้บุกเบิกรายแรกของโลกในการเปิดตัวและผลิตทีวี Mini LED ในระดับอุตสาหกรรม TCL นำเสนอผลิตภัณฑ์จอภาพที่ครอบคลุมทุกขนาดหน้าจอและทุกลักษณะการใช้งาน ด้วยเทคโนโลยี SQD-Mini LED รุ่นล่าสุด, แว่นตา AR สำหรับการแสดงผลแบบ HDR10 รุ่นแรกของโลก รวมถึงสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อถนอมสายตา TCL มุ่งมั่นในการมอบคุณภาพของภาพที่เหนือกว่า พร้อมประสบการณ์การรับชมที่สมจริงและดื่มด่ำให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก.

 

ในฐานะผู้นำด้านจอภาพขนาดใหญ่พิเศษ และผู้บุกเบิกรายแรกของโลกในการเปิดตัวและผลิตทีวี Mini LED ในระดับอุตสาหกรรม TCL นำเสนอผลิตภัณฑ์จอภาพที่ครอบคลุมทุกขนาดหน้าจอและทุกลักษณะการใช้งาน ด้วยเทคโนโลยี SQD-Mini LED รุ่นล่าสุด, แว่นตา AR สำหรับการแสดงผลแบบ HDR10 รุ่นแรกของโลก รวมถึงสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อถนอมสายตา TCL มุ่งมั่นในการมอบคุณภาพของภาพที่เหนือกว่า พร้อมประสบการณ์การรับชมที่สมจริงและดื่มด่ำให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก.

TCL SQD-Mini LED เป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญของเทคโนโลยี Mini LED โดยเปลี่ยนโซน Local Dimming ของ Mini LED แบบเดิม ให้พัฒนาเป็น Precise Dimming Series ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมแสงได้อย่างแม่นยำทั่วทั้งหน้าจอ หนึ่งโซนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่าหลายโซน ส่งผลให้การแสดงผลทั้งในส่วนของไฮไลต์และเงามืดมีประสิทธิภาพที่โดดเด่นยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีนี้ยังผสาน Super QLED ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชั้นนำของ TCL เข้ากับ Ultra Color Filter Panel ทำให้จอภาพมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า OLED ให้ประสิทธิภาพด้านสีที่ดีกว่า และรองรับความสว่างสูงสุดที่มากกว่า นอกจากนี้ ยังช่วยให้ขอบเขตสีมีความเสถียรในระดับสูงทั่วทั้งหน้าจอ ควบคุมแสงได้แม่นยำยิ่งขึ้น และให้ภาพที่มีความประณีตมากขึ้น ส่งผลให้ SQD-Mini LED ก้าวขึ้นสู่ระดับสูงสุดของเทคโนโลยีการแสดงผล

*เทคโนโลยี SQD-Mini LED ของ TCL พัฒนาขึ้นจากนวัตกรรมหลัก 3 ส่วน ได้แก่ Super Panel, Super QLED และ Super Mini LED Backlight นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยมอบคุณสมบัติเด่น 5 ประการ ได้แก่ ขอบเขตสีที่กว้างในทุกสภาพการใช้งาน ไม่มีปัญหาสีรบกวนหรือสีซ้อน จำนวนโซนหรี่แสงที่มากขึ้น ความสว่างที่สูงขึ้น และการออกแบบตัวเครื่องที่บางลง

TCL SQD-Mini LED เป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญของเทคโนโลยี Mini LED โดยเปลี่ยนโซน Local Dimming ของ Mini LED แบบเดิม ให้พัฒนาเป็น Precise Dimming Series ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมแสงได้อย่างแม่นยำทั่วทั้งหน้าจอ หนึ่งโซนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่าหลายโซน ส่งผลให้การแสดงผลทั้งในส่วนของไฮไลต์และเงามืดมีประสิทธิภาพที่โดดเด่นยิ่งขึ้น.

เทคโนโลยีนี้ยังผสาน Super QLED ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชั้นนำของ TCL เข้ากับ Ultra Color Filter Panel ทำให้จอภาพมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า OLED ให้ประสิทธิภาพด้านสีที่ดีกว่า และรองรับความสว่างสูงสุดที่มากกว่า นอกจากนี้ ยังช่วยให้ขอบเขตสีมีความเสถียรในระดับสูงทั่วทั้งหน้าจอ ควบคุมแสงได้แม่นยำยิ่งขึ้น และให้ภาพที่มีความประณีตมากขึ้น ส่งผลให้ SQD-Mini LED ก้าวขึ้นสู่ระดับสูงสุดของเทคโนโลยีการแสดงผล 

*เทคโนโลยี SQD-Mini LED ของ TCL พัฒนาขึ้นจากนวัตกรรมหลัก 3 ส่วน ได้แก่ Super Panel, Super QLED และ Super Mini LED Backlight นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยมอบคุณสมบัติเด่น 5 ประการ ได้แก่ ขอบเขตสีที่กว้างในทุกสภาพการใช้งาน ไม่มีปัญหาสีรบกวนหรือสีซ้อน จำนวนโซนหรี่แสงที่มากขึ้น ความสว่างที่สูงขึ้น และการออกแบบตัวเครื่องที่บางลง

TCL ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเทคโนโลยีจอแสดงผล RGB-Mini LED โดยเทคโนโลยี RGB Precision Dimming ของ TCL สามารถบรรลุความก้าวหน้าแบบครบวงจรตลอดทั้งระบบ ตั้งแต่ชิป RGB ไปจนถึงหน้าจอแสดงผล เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยแก้ไขปัญหาหลักของอุตสาหกรรมเกี่ยวกับ การรบกวนของสี (Color Crosstalk) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การแสดงผลทั้งในด้านแสงและสีมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าทีวี RGB-Mini LED แบบทั่วไปอย่างชัดเจน

 TCL ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเทคโนโลยีจอแสดงผล RGB-Mini LED โดยเทคโนโลยี RGB Precision Dimming ของ TCL สามารถบรรลุความก้าวหน้าแบบครบวงจรตลอดทั้งระบบ ตั้งแต่ชิป RGB ไปจนถึงหน้าจอแสดงผล เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยแก้ไขปัญหาหลักของอุตสาหกรรมเกี่ยวกับ การรบกวนของสี (Color Crosstalk) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การแสดงผลทั้งในด้านแสงและสีมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าทีวี RGB-Mini LED แบบทั่วไปอย่างชัดเจน.

TCL X11L SQD-Mini LED TV

ที่สุดแห่งทีวี Mini LED

เรียนรู้เพิ่มเติม
 
TCL X11L SQD-Mini LED TV

ที่สุดแห่งทีวี Mini LED


เรียนรู้เพิ่มเติม
 

กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างครบวงจร

กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างครบวงจร

นอกเหนือจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีจอแสดงผลแล้ว TCL ยังเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างครบวงจร ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อกำหนดทิศทางแห่งอนาคตของเทคโนโลยีอัจฉริยะ ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสประสบการณ์ AI Smart Living ผ่านกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อาทิ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และสมาร์ตล็อก รวมถึงประสบการณ์ความบันเทิงที่ดื่มด่ำจากอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น ทีวี แว่นตา AR และโปรเจ็กเตอร์ นอกจากนี้ TCL ยังจัดแสดงความก้าวหน้าล่าสุดด้าน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการเคลื่อนที่ ครอบคลุมอุปกรณ์มือถือ แท็บเล็ต และโซลูชันระบบนิเวศ Human-Vehicle-Home ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI ของ TCL กำลังกำหนดบทใหม่ของการใช้ชีวิต การทำงาน และการเชื่อมต่อในชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ

 

นอกเหนือจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีจอแสดงผลแล้ว TCL ยังเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างครบวงจร ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อกำหนดทิศทางแห่งอนาคตของเทคโนโลยีอัจฉริยะ ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสประสบการณ์ AI Smart Living ผ่านกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อาทิ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และสมาร์ตล็อก รวมถึงประสบการณ์ความบันเทิงที่ดื่มด่ำจากอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น ทีวี แว่นตา AR และโปรเจ็กเตอร์ นอกจากนี้ TCL ยังจัดแสดงความก้าวหน้าล่าสุดด้าน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการเคลื่อนที่ ครอบคลุมอุปกรณ์มือถือ แท็บเล็ต และโซลูชันระบบนิเวศ Human-Vehicle-Home ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI ของ TCL กำลังกำหนดบทใหม่ของการใช้ชีวิต การทำงาน และการเชื่อมต่อในชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ

 

TCL AiMe

เพื่อน AI เสมือนจริงสำหรับบ้านของคุณ

TCL AiMe คือผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับการใช้ชีวิตแบบสมาร์ต ผสานการออกแบบที่ล้ำสมัย การโต้ตอบที่เสมือนจริง และฟังก์ชันการทำงานที่ทรงพลัง ช่วยบันทึกและเก็บรักษาช่วงเวลาสำคัญกับครอบครัว ทำให้บ้านเป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่น พร้อมทั้งช่วยดูแลและตรวจตราบ้านเพื่อเพิ่มความอุ่นใจ e ยังสามารถเรียนรู้และปรับตัวตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและการโต้ตอบที่มีชีวิตชีวา ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างชาญฉลาด.

 
 
TCL AiMe
เพื่อน AI เสมือนจริงสำหรับบ้านของคุณ

TCL AiMe คือผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับการใช้ชีวิตแบบสมาร์ต ผสานการออกแบบที่ล้ำสมัย การโต้ตอบที่เสมือนจริง และฟังก์ชันการทำงานที่ทรงพลัง ช่วยบันทึกและเก็บรักษาช่วงเวลาสำคัญกับครอบครัว ทำให้บ้านเป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่น พร้อมทั้งช่วยดูแลและตรวจตราบ้านเพื่อเพิ่มความอุ่นใจ e ยังสามารถเรียนรู้และปรับตัวตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและการโต้ตอบที่มีชีวิตชีวา ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างชาญฉลาด.

การเติบโตสู่อนาคตร่วมกัน

การเติบโตสู่อนาคตร่วมกัน

TCL NXTPAPER 70 Pro

มอบประสบการณ์การใช้งานที่ถนอมสายตาตลอดวัน ครอบคลุมทุกสถานการณ์

TCL NXTPAPER 70 Pro ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี NXTPAPER 4.0 รุ่นล่าสุด รองรับการสลับโหมดการแสดงผลผ่านปุ่ม NXTPAPER Key โดยเฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่ถนอมสายตาได้ตลอดทั้งวันและทุกสถานการณ์การใช้งาน

ปุ่ม NXTPAPER Key ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับระหว่าง Color Paper Mode, Ink Paper Mode และ Max Ink Mode ได้อย่างยืดหยุ่น รองรับการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมมอบประสบการณ์การอ่านที่ไร้สิ่งรบกวนและดื่มด่ำยิ่งขึ้นด้วย Max Ink Mode รวมถึงประสบการณ์การเขียนที่เป็นธรรมชาติผ่านปากกา T-Pen ที่รองรับแรงกด

หน้าจอขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรต 120Hz ให้สัมผัสเสมือนกระดาษ พร้อมเทคโนโลยีลดแสงสะท้อนและป้องกันแสงจ้า ช่วยให้มองเห็นได้อย่างคมชัดแม้ใช้งานกลางแจ้งในสภาพแสงจ้า ขณะเดียวกัน การรับรอง SGS Dim-Light Eye Protection ช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตาในสภาพแสงน้อย เสริมด้วยฟีเจอร์ลดแสงสีฟ้าและแสงโพลาไรซ์แบบวงกลม เพื่อช่วยลดอาการล้าของดวงตาในการใช้งานเป็นเวลานาน

ตัวเครื่องมาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 50MP ขนาดพิกเซล 1.0μm พร้อมระบบ OIS เสริมด้วยเทคโนโลยีประมวลผลภาพ MuseFilm ที่พัฒนาขึ้นเอง ให้ประสิทธิภาพการถ่ายภาพกลางคืนที่เหนือกว่า การจับภาพการเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาด และฟิลเตอร์สไตล์ CCD ช่วยเปลี่ยนทุกช่วงเวลาธรรมดาให้กลายเป็นผลงานที่โดดเด่น

เครื่องมือ AI ที่ผสานมาในระบบ เช่น คำบรรยายแบบเรียลไทม์ การแปลภาษาแบบพร้อมกัน และการแปลแบบเผชิญหน้า ช่วยลดอุปสรรคด้านภาษา ขณะที่เครื่องมือ AI อื่น ๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์ เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

TCL NXTPAPER 70 Pro ขับเคลื่อนด้วยชิป MediaTek Dimensity 7300 รองรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 512GB, RAM สูงสุด 24GB, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 และระบบชาร์จเร็ว 33W เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่มั่นคงและเชื่อถือได้

 

 

TCL NXTPAPER 70 Pro

มอบประสบการณ์การใช้งานที่ถนอมสายตาตลอดวัน ครอบคลุมทุกสถานการณ์

TCL NXTPAPER 70 Pro ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี NXTPAPER 4.0 รุ่นล่าสุด รองรับการสลับโหมดการแสดงผลผ่านปุ่ม NXTPAPER Key โดยเฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่ถนอมสายตาได้ตลอดทั้งวันและทุกสถานการณ์การใช้งาน

ปุ่ม NXTPAPER Key ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับระหว่าง Color Paper Mode, Ink Paper Mode และ Max Ink Mode ได้อย่างยืดหยุ่น รองรับการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมมอบประสบการณ์การอ่านที่ไร้สิ่งรบกวนและดื่มด่ำยิ่งขึ้นด้วย Max Ink Mode รวมถึงประสบการณ์การเขียนที่เป็นธรรมชาติผ่านปากกา T-Pen ที่รองรับแรงกด

หน้าจอขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรต 120Hz ให้สัมผัสเสมือนกระดาษ พร้อมเทคโนโลยีลดแสงสะท้อนและป้องกันแสงจ้า ช่วยให้มองเห็นได้อย่างคมชัดแม้ใช้งานกลางแจ้งในสภาพแสงจ้า ขณะเดียวกัน การรับรอง SGS Dim-Light Eye Protection ช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตาในสภาพแสงน้อย เสริมด้วยฟีเจอร์ลดแสงสีฟ้าและแสงโพลาไรซ์แบบวงกลม เพื่อช่วยลดอาการล้าของดวงตาในการใช้งานเป็นเวลานาน

ตัวเครื่องมาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 50MP ขนาดพิกเซล 1.0μm พร้อมระบบ OIS เสริมด้วยเทคโนโลยีประมวลผลภาพ MuseFilm ที่พัฒนาขึ้นเอง ให้ประสิทธิภาพการถ่ายภาพกลางคืนที่เหนือกว่า การจับภาพการเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาด และฟิลเตอร์สไตล์ CCD ช่วยเปลี่ยนทุกช่วงเวลาธรรมดาให้กลายเป็นผลงานที่โดดเด่น

เครื่องมือ AI ที่ผสานมาในระบบ เช่น คำบรรยายแบบเรียลไทม์ การแปลภาษาแบบพร้อมกัน และการแปลแบบเผชิญหน้า ช่วยลดอุปสรรคด้านภาษา ขณะที่เครื่องมือ AI อื่น ๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์ เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

TCL NXTPAPER 70 Pro ขับเคลื่อนด้วยชิป MediaTek Dimensity 7300 รองรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 512GB, RAM สูงสุด 24GB, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 และระบบชาร์จเร็ว 33W เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่มั่นคงและเชื่อถือได้

 

 

TCL Note A1 NXTPAPER

ประสบการณ์เสมือนกระดาษ ผสานพลังการทำงานด้วย AI

TCL Note A1 NXTPAPER พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานเทคโนโลยี NXTPAPER ของ TCL ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 โดยมาพร้อม NXTPAPER Pure Display รุ่นใหม่ ที่ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การใช้งาน E-Note บนอุปกรณ์ซีรีส์ Note NXTPAPER Pure ได้รับการออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีรีส์ Note โดยใช้กระจก 3A Crystal Shield Glass ที่ผสานคุณสมบัติ Anti-Glare, Anti-Reflection และ Anti-Fingerprint เพื่อมอบประสบการณ์การมองเห็นและการเขียนที่ใกล้เคียงกระดาษจริง หน้าจอได้รับการรับรองจาก TÜV ด้านความสบายตา พร้อมคงลักษณะการแสดงผลแบบกระดาษธรรมชาติ ขณะเดียวกัน รีเฟรชเรต 120Hz และความสามารถในการแสดงผล 16.7 ล้านสี ช่วยลดอาการหน่วงและภาพซ้อน ให้การใช้งานที่ลื่นไหล คมชัด และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการอ่าน การเขียน และการสร้างสรรค์ในทุกสภาพแวดล้อม

ฟีเจอร์ T-Pen Pro มอบประสบการณ์การเขียนเสมือนปากกาจริง ได้รับการรับรองจาก TÜV ด้วยดีไซน์หัวปากกาแบบสองหัว รองรับแรงกดสูงสุดถึง 8,192 ระดับ และมีค่า Latency ต่ำกว่า 5 มิลลิวินาที ช่วยจำลองแรงต้านและสัมผัสของปากกาบนกระดาษได้อย่างสมจริง

ระบบเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI ช่วยเปลี่ยนบันทึกให้กลายเป็นการลงมือทำจริง ด้วยฟังก์ชันรู้จำลายมืออัจฉริยะ การแปลภาษา การสรุปอัตโนมัติ และการปรับแต่งข้อความ พร้อมด้วย Inspiration Space และ Infinite Canvas ที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ รองรับการแชร์ข้ามแพลตฟอร์ม และระบบไมโครโฟน 8 ตัวขั้นสูง ช่วยให้การแลกเปลี่ยนไอเดียเป็นไปอย่างราบรื่น และเปลี่ยนการสนทนาให้กลายเป็นข้อมูลที่ค้นหาได้

 

 

TCL Note A1 NXTPAPER

ประสบการณ์เสมือนกระดาษ ผสานพลังการทำงานด้วย AI

TCL Note A1 NXTPAPER พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานเทคโนโลยี NXTPAPER ของ TCL ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 โดยมาพร้อม NXTPAPER Pure Display รุ่นใหม่ ที่ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การใช้งาน E-Note บนอุปกรณ์ซีรีส์ Note NXTPAPER Pure ได้รับการออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีรีส์ Note โดยใช้กระจก 3A Crystal Shield Glass ที่ผสานคุณสมบัติ Anti-Glare, Anti-Reflection และ Anti-Fingerprint เพื่อมอบประสบการณ์การมองเห็นและการเขียนที่ใกล้เคียงกระดาษจริง หน้าจอได้รับการรับรองจาก TÜV ด้านความสบายตา พร้อมคงลักษณะการแสดงผลแบบกระดาษธรรมชาติ ขณะเดียวกัน รีเฟรชเรต 120Hz และความสามารถในการแสดงผล 16.7 ล้านสี ช่วยลดอาการหน่วงและภาพซ้อน ให้การใช้งานที่ลื่นไหล คมชัด และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการอ่าน การเขียน และการสร้างสรรค์ในทุกสภาพแวดล้อม

ฟีเจอร์ T-Pen Pro มอบประสบการณ์การเขียนเสมือนปากกาจริง ได้รับการรับรองจาก TÜV ด้วยดีไซน์หัวปากกาแบบสองหัว รองรับแรงกดสูงสุดถึง 8,192 ระดับ และมีค่า Latency ต่ำกว่า 5 มิลลิวินาที ช่วยจำลองแรงต้านและสัมผัสของปากกาบนกระดาษได้อย่างสมจริง

ระบบเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI ช่วยเปลี่ยนบันทึกให้กลายเป็นการลงมือทำจริง ด้วยฟังก์ชันรู้จำลายมืออัจฉริยะ การแปลภาษา การสรุปอัตโนมัติ และการปรับแต่งข้อความ พร้อมด้วย Inspiration Space และ Infinite Canvas ที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ รองรับการแชร์ข้ามแพลตฟอร์ม และระบบไมโครโฟน 8 ตัวขั้นสูง ช่วยให้การแลกเปลี่ยนไอเดียเป็นไปอย่างราบรื่น และเปลี่ยนการสนทนาให้กลายเป็นข้อมูลที่ค้นหาได้

 

 

RayNeo Air 4 Pro

สัมผัสภาพคมชัด เสียงสมจริง พร้อมความสบายตลอดวัน 

และเสียง ชิป Customized Vision 4000 มอบการแสดงผลภาพที่โดดเด่น ผสานกับท่อส่งเสียงรุ่นใหม่ที่ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างครบถ้วน ผู้ใช้ไม่ได้เพียงแค่ “มองเห็น” คอนเทนต์เท่านั้น แต่ยังดื่มด่ำไปกับโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง นำประสบการณ์ภาพและเสียงระดับสูงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และก่อกำเนิดแนวคิดของ “ทีวีสวมศีรษะรูปแบบใหม่”นอกจากนี้ RayNeo Air 4 Pro ยังมีรุ่นพิเศษ Batman Edition ที่มาพร้อมดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัวและแผ่นบังแสง เพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบเฉพาะบุคคล นอกเหนือจากรุ่นมาตรฐาน

Display: RayNeo Air 4 Pro เป็นแว่นตารุ่นแรกของโลกที่รองรับการแสดงผลแบบ HDR10 สามารถถ่ายทอดแสงและเงาได้อย่างสมจริง รุ่นอัปเกรดนี้สามารถฉายภาพเสมือนขนาดสูงสุด 201 นิ้ว พร้อมอัตราคอนทราสต์สูงถึง 200,000:1 และรองรับการปรับความสว่างได้ 10 ระดับ มอบความลึก ความคมชัด และความสม่ำเสมอของภาพในทุกสภาพแวดล้อม เทคโนโลยี AI ช่วยปรับภาพแบบเรียลไทม์ แปลงวิดีโอ SDR ทั่วไปให้มีคุณภาพใกล้เคียง HDR ขณะเดียวกัน ฟังก์ชัน AI 3D สามารถแปลงวิดีโอ 2D ให้เป็นรูปแบบ 3D เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับชมให้ดื่มด่ำยิ่งขึ้น

Audio: ระบบเสียงได้รับการปรับจูนร่วมกับ Audio by Bang & Olufsen มอบคุณภาพเสียงที่โดดเด่นและมีมิติ ในโหมด Whisper Mode เสียงความหนาแน่นสูงจะถูกลดทอน พร้อมลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม ในโหมด Surround Mode มิติเสียงจะถูกเสริมให้สมจริงราวกับอยู่ในโรงภาพยนตร์ ผู้ใช้สามารถรับชมภาพยนตร์หรือสนทนาส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะ เช่น ห้องสมุดหรือบนรถไฟ โดยไม่รบกวนผู้อื่น หรือเลือกใช้ Surround Mode เพื่อประสบการณ์ที่ดื่มด่ำสูงสุดเมื่อใช้งานส่วนตัว

Eye Comfort: เพื่อสุขภาพสายตาและความสบายในการสวมใส่ระยะยาว แว่นตารุ่นนี้มาพร้อมระบบ PWM Dimming ความถี่ 3,840 Hz ช่วยขจัดอาการกระพริบของภาพและความเพี้ยนของสีที่เกิดจาก PWM ความถี่ต่ำ (240–600 Hz)

 

 

RayNeo Air 4 Pro

สัมผัสภาพคมชัด เสียงสมจริง พร้อมความสบายตลอดวัน 

และเสียง ชิป Customized Vision 4000 มอบการแสดงผลภาพที่โดดเด่น ผสานกับท่อส่งเสียงรุ่นใหม่ที่ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างครบถ้วน ผู้ใช้ไม่ได้เพียงแค่ “มองเห็น” คอนเทนต์เท่านั้น แต่ยังดื่มด่ำไปกับโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง นำประสบการณ์ภาพและเสียงระดับสูงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และก่อกำเนิดแนวคิดของ “ทีวีสวมศีรษะรูปแบบใหม่”นอกจากนี้ RayNeo Air 4 Pro ยังมีรุ่นพิเศษ Batman Edition ที่มาพร้อมดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัวและแผ่นบังแสง เพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบเฉพาะบุคคล นอกเหนือจากรุ่นมาตรฐาน

Display: RayNeo Air 4 Pro เป็นแว่นตารุ่นแรกของโลกที่รองรับการแสดงผลแบบ HDR10 สามารถถ่ายทอดแสงและเงาได้อย่างสมจริง รุ่นอัปเกรดนี้สามารถฉายภาพเสมือนขนาดสูงสุด 201 นิ้ว พร้อมอัตราคอนทราสต์สูงถึง 200,000:1 และรองรับการปรับความสว่างได้ 10 ระดับ มอบความลึก ความคมชัด และความสม่ำเสมอของภาพในทุกสภาพแวดล้อม เทคโนโลยี AI ช่วยปรับภาพแบบเรียลไทม์ แปลงวิดีโอ SDR ทั่วไปให้มีคุณภาพใกล้เคียง HDR ขณะเดียวกัน ฟังก์ชัน AI 3D สามารถแปลงวิดีโอ 2D ให้เป็นรูปแบบ 3D เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับชมให้ดื่มด่ำยิ่งขึ้น

Audio: ระบบเสียงได้รับการปรับจูนร่วมกับ Audio by Bang & Olufsen มอบคุณภาพเสียงที่โดดเด่นและมีมิติ ในโหมด Whisper Mode เสียงความหนาแน่นสูงจะถูกลดทอน พร้อมลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม ในโหมด Surround Mode มิติเสียงจะถูกเสริมให้สมจริงราวกับอยู่ในโรงภาพยนตร์ ผู้ใช้สามารถรับชมภาพยนตร์หรือสนทนาส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะ เช่น ห้องสมุดหรือบนรถไฟ โดยไม่รบกวนผู้อื่น หรือเลือกใช้ Surround Mode เพื่อประสบการณ์ที่ดื่มด่ำสูงสุดเมื่อใช้งานส่วนตัว

Eye Comfort: เพื่อสุขภาพสายตาและความสบายในการสวมใส่ระยะยาว แว่นตารุ่นนี้มาพร้อมระบบ PWM Dimming ความถี่ 3,840 Hz ช่วยขจัดอาการกระพริบของภาพและความเพี้ยนของสีที่เกิดจาก PWM ความถี่ต่ำ (240–600 Hz)

 

 

RayNeo X3 Pro

ประสิทธิภาพทรงพลังในดีไซน์กะทัดรัดเป็นพิเศษ

AI แบบมัลติโหมดที่พัฒนาขึ้นเฉพาะ รองรับการสั่งงานด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ การจดจำวัตถุ การนำทางเชิงพื้นที่ และการบันทึกคอนเทนต์มุมมองบุคคลที่หนึ่ง ระบบกล้องและไมโครโฟน 3 ตัว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกภาพและวิดีโอความละเอียดสูงจากมุมมองสายตาจริง ขณะที่โครงสร้างห้องเสียงคู่แบบตรงข้าม ผสานกับ Whisper Mode 2.0 และ Pulse Mode ของ RayNeo มอบเสียงส่วนตัวคุณภาพสูง เพื่อประสบการณ์การรับฟังที่ดื่มด่ำ RayNeo X3 Pro ทำให้ข้อมูลต่าง ๆ อยู่ในสายตาของคุณตลอดเวลา — ชัดเจน รวดเร็ว และสมจริง

Dual-Eye Full-Color Display: RayNeo X3 Pro มาพร้อมเอนจินแสง Micro-LED ที่เล็กที่สุดในโลก ช่วยลดขนาดและน้ำหนักของอุปกรณ์อย่างมาก ขณะเดียวกันยังให้ความสว่างและความคมชัดในระดับสูง ด้วยความสว่างเฉลี่ย 2,500 nits และความสว่างสูงสุด 6,000 nits ทำให้ภาพคมชัดในทุกสภาพแสง เหมาะสำหรับการสวมใส่ตลอดวัน เอนจินออปติกรุ่นใหม่สามารถผสานจอแสดงผลเสมือนขนาด 43 นิ้ว เข้าไว้ในเลนส์ที่บางเป็นพิเศษ ทำให้คอนเทนต์ดิจิทัลปรากฏอยู่ในสายตาอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่บดบังการมองเห็น

AI-Powered Intelligent Ecosystem: RayNeo X3 Pro ทำงานบนระบบ Google Gemini 2.5 AI รุ่นล่าสุด สามารถรับรู้สิ่งที่อยู่ตรงหน้า วิเคราะห์ และตอบสนองแบบเรียลไทม์ พร้อมให้ฟีดแบ็กที่เป็นธรรมชาติราวกับการสื่อสารกับมนุษย์ รองรับการบันทึกข้อมูลหลากหลายรูปแบบ โดย AI สามารถสรุปเนื้อหาอัตโนมัติหลังจากบันทึกเสร็จสิ้น ระบบ 3D Space UI รุ่นใหม่มาพร้อมการควบคุมแบบห้ามิติผ่านก้านแว่น สามารถเรียกใช้งานด้วยเสียง ช่วยให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องใช้มือ ด้วยสภาพแวดล้อม Android เสมือน ผู้ใช้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น TikTok, Instagram และ WhatsApp ได้โดยตรงผ่านจอ AR

Commitment to an Open Ecosystem: RayNeo X3 Pro ถูกออกแบบบนแนวคิดของระบบเปิด รองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AI ชั้นนำ เช่น GPT และมอบเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาอย่าง Unity และ Android ARDK เพื่อสร้างระบบนิเวศ AR ที่เปิดกว้างและขยายได้ในระยะยาว แนวทางนี้แตกต่างจากระบบปิดที่จำกัดผู้ใช้ไว้กับโมเดล AI และสภาพแวดล้อมของผู้ให้บริการรายเดียว ซึ่งอาจจำกัดความสามารถและความยืดหยุ่นในอนาคต

 

 

RayNeo X3 Pro

ประสิทธิภาพทรงพลังในดีไซน์กะทัดรัดเป็นพิเศษ

AI แบบมัลติโหมดที่พัฒนาขึ้นเฉพาะ รองรับการสั่งงานด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ การจดจำวัตถุ การนำทางเชิงพื้นที่ และการบันทึกคอนเทนต์มุมมองบุคคลที่หนึ่ง ระบบกล้องและไมโครโฟน 3 ตัว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกภาพและวิดีโอความละเอียดสูงจากมุมมองสายตาจริง ขณะที่โครงสร้างห้องเสียงคู่แบบตรงข้าม ผสานกับ Whisper Mode 2.0 และ Pulse Mode ของ RayNeo มอบเสียงส่วนตัวคุณภาพสูง เพื่อประสบการณ์การรับฟังที่ดื่มด่ำ RayNeo X3 Pro ทำให้ข้อมูลต่าง ๆ อยู่ในสายตาของคุณตลอดเวลา — ชัดเจน รวดเร็ว และสมจริง

Dual-Eye Full-Color Display: RayNeo X3 Pro มาพร้อมเอนจินแสง Micro-LED ที่เล็กที่สุดในโลก ช่วยลดขนาดและน้ำหนักของอุปกรณ์อย่างมาก ขณะเดียวกันยังให้ความสว่างและความคมชัดในระดับสูง ด้วยความสว่างเฉลี่ย 2,500 nits และความสว่างสูงสุด 6,000 nits ทำให้ภาพคมชัดในทุกสภาพแสง เหมาะสำหรับการสวมใส่ตลอดวัน เอนจินออปติกรุ่นใหม่สามารถผสานจอแสดงผลเสมือนขนาด 43 นิ้ว เข้าไว้ในเลนส์ที่บางเป็นพิเศษ ทำให้คอนเทนต์ดิจิทัลปรากฏอยู่ในสายตาอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่บดบังการมองเห็น

AI-Powered Intelligent Ecosystem: RayNeo X3 Pro ทำงานบนระบบ Google Gemini 2.5 AI รุ่นล่าสุด สามารถรับรู้สิ่งที่อยู่ตรงหน้า วิเคราะห์ และตอบสนองแบบเรียลไทม์ พร้อมให้ฟีดแบ็กที่เป็นธรรมชาติราวกับการสื่อสารกับมนุษย์ รองรับการบันทึกข้อมูลหลากหลายรูปแบบ โดย AI สามารถสรุปเนื้อหาอัตโนมัติหลังจากบันทึกเสร็จสิ้น ระบบ 3D Space UI รุ่นใหม่มาพร้อมการควบคุมแบบห้ามิติผ่านก้านแว่น สามารถเรียกใช้งานด้วยเสียง ช่วยให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องใช้มือ ด้วยสภาพแวดล้อม Android เสมือน ผู้ใช้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น TikTok, Instagram และ WhatsApp ได้โดยตรงผ่านจอ AR

Commitment to an Open Ecosystem: RayNeo X3 Pro ถูกออกแบบบนแนวคิดของระบบเปิด รองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AI ชั้นนำ เช่น GPT และมอบเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาอย่าง Unity และ Android ARDK เพื่อสร้างระบบนิเวศ AR ที่เปิดกว้างและขยายได้ในระยะยาว แนวทางนี้แตกต่างจากระบบปิดที่จำกัดผู้ใช้ไว้กับโมเดล AI และสภาพแวดล้อมของผู้ให้บริการรายเดียว ซึ่งอาจจำกัดความสามารถและความยืดหยุ่นในอนาคต

 

 

TCL GeniusFresh Refrigerator Series

ระบบทำความเย็นอัจฉริยะอิสระ รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ตู้เย็น TCL GeniusFresh ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ด้วยระบบทำความเย็นอัจฉริยะที่ควบคุมแยกหลายโซนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ ระบบ Dual-Cooling แบบแยกอิสระ ที่มาพร้อมคอยล์เย็นและพัดลมแยกสำหรับช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็ง ช่วยควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ ให้ความเย็นโดยตรงและรวดเร็ว พร้อมป้องกันการปะปนของกลิ่นได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคงสภาพแวดล้อมภายในให้สะอาดและสดใหม่ ตู้เย็นยังผสานเทคโนโลยี T-Fresh Sterilization และ Pure Air Filtration ซึ่งช่วยฆ่าเชื้อภายในช่องแช่และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การออกแบบพื้นที่จัดเก็บมีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้เหมาะกับการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงได้ Convertible Zone รองรับการจัดเก็บอาหารหลากหลายประเภท ขณะที่ชั้นวางแบบ Cantilever ที่ปรับระดับได้ ช่วยให้การจัดสรรพื้นที่เป็นเรื่องง่าย นอกจากนี้ ภายในตู้ยังใช้วัสดุ Metal Cool Interior ที่ช่วยกระจายความเย็นได้รวดเร็วและสม่ำเสมอทั่วทั้งตู้

ฟีเจอร์เพื่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันประกอบด้วย ช่องจ่ายน้ำดื่มภายในตู้ และ ระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ ที่พร้อมจ่ายน้ำเย็นและน้ำแข็งได้ตามต้องการ อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าและตรวจสอบการทำงานของตู้เย็นได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชัน TCL

 

 

TCL GeniusFresh Refrigerator Series

ระบบทำความเย็นอัจฉริยะอิสระ รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ตู้เย็น TCL GeniusFresh ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ด้วยระบบทำความเย็นอัจฉริยะที่ควบคุมแยกหลายโซนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ ระบบ Dual-Cooling แบบแยกอิสระ ที่มาพร้อมคอยล์เย็นและพัดลมแยกสำหรับช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็ง ช่วยควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ ให้ความเย็นโดยตรงและรวดเร็ว พร้อมป้องกันการปะปนของกลิ่นได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคงสภาพแวดล้อมภายในให้สะอาดและสดใหม่ ตู้เย็นยังผสานเทคโนโลยี T-Fresh Sterilization และ Pure Air Filtration ซึ่งช่วยฆ่าเชื้อภายในช่องแช่และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การออกแบบพื้นที่จัดเก็บมีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้เหมาะกับการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงได้ Convertible Zone รองรับการจัดเก็บอาหารหลากหลายประเภท ขณะที่ชั้นวางแบบ Cantilever ที่ปรับระดับได้ ช่วยให้การจัดสรรพื้นที่เป็นเรื่องง่าย นอกจากนี้ ภายในตู้ยังใช้วัสดุ Metal Cool Interior ที่ช่วยกระจายความเย็นได้รวดเร็วและสม่ำเสมอทั่วทั้งตู้

ฟีเจอร์เพื่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันประกอบด้วย ช่องจ่ายน้ำดื่มภายในตู้ และ ระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ ที่พร้อมจ่ายน้ำเย็นและน้ำแข็งได้ตามต้องการ อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าและตรวจสอบการทำงานของตู้เย็นได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชัน TCL

 

 

TCL D2 Pro Matter Version

ปลดล็อกด้วยการโบกมือ เข้าถึงบ้านได้อย่างชาญฉลาด

TCL D2 Pro Palm Vein Smart Lock ผสานความปลอดภัยขั้นสูง ความสะดวกในการเข้าใช้งาน และการเชื่อมต่อบ้านอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยเทคโนโลยีการจดจำเส้นเลือดฝ่ามือด้วยอินฟราเรด สามารถปลดล็อกได้ภายใน 0.3 วินาที โดยตรวจจับลวดลายเส้นเลือดใต้ผิวหนังที่เลียนแบบได้ยาก มอบประสบการณ์การเข้าใช้งานแบบไร้สัมผัสที่ปลอดภัยสูง

ด้วยการประมวลผลภายในอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI รุ่นอัปเกรด D2 Pro จะเรียนรู้และปรับปรุงข้อมูลเส้นเลือดฝ่ามืออย่างต่อเนื่องในทุกครั้งที่ปลดล็อก การเรียนรู้ภายในเครื่องนี้ช่วยเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการจดจำเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาการประมวลผลผ่านคลาวด์

D2 Pro มาพร้อมการรองรับ Matter ในตัว ช่วยให้เชื่อมต่อและควบคุมร่วมกับ Alexa, Google Assistant และ Apple Home ได้อย่างราบรื่น รองรับการควบคุมข้ามแพลตฟอร์ม ตั้งค่าได้ง่าย และเชื่อมต่อได้อย่างเสถียร เพื่อให้สมาร์ตล็อกทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่คุณใช้อยู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลไบโอเมตริกทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ภายในอุปกรณ์อย่างปลอดภัย ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ในทุกระดับ ขณะเดียวกัน การรับรองมาตรฐาน BHMA Grade 3 ยังยืนยันถึงความทนทานและความน่าเชื่อถือในการใช้งาน เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตยุคใหม่ โดย TCL D2 Pro มอบประสบการณ์การกลับบ้านที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และเชื่อมต่อได้มากยิ่งขึ้น

 

 

TCL D2 Pro Matter Version

ปลดล็อกด้วยการโบกมือ เข้าถึงบ้านได้อย่างชาญฉลาด

TCL D2 Pro Palm Vein Smart Lock ผสานความปลอดภัยขั้นสูง ความสะดวกในการเข้าใช้งาน และการเชื่อมต่อบ้านอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยเทคโนโลยีการจดจำเส้นเลือดฝ่ามือด้วยอินฟราเรด สามารถปลดล็อกได้ภายใน 0.3 วินาที โดยตรวจจับลวดลายเส้นเลือดใต้ผิวหนังที่เลียนแบบได้ยาก มอบประสบการณ์การเข้าใช้งานแบบไร้สัมผัสที่ปลอดภัยสูง

ด้วยการประมวลผลภายในอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI รุ่นอัปเกรด D2 Pro จะเรียนรู้และปรับปรุงข้อมูลเส้นเลือดฝ่ามืออย่างต่อเนื่องในทุกครั้งที่ปลดล็อก การเรียนรู้ภายในเครื่องนี้ช่วยเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการจดจำเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาการประมวลผลผ่านคลาวด์

D2 Pro มาพร้อมการรองรับ Matter ในตัว ช่วยให้เชื่อมต่อและควบคุมร่วมกับ Alexa, Google Assistant และ Apple Home ได้อย่างราบรื่น รองรับการควบคุมข้ามแพลตฟอร์ม ตั้งค่าได้ง่าย และเชื่อมต่อได้อย่างเสถียร เพื่อให้สมาร์ตล็อกทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่คุณใช้อยู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลไบโอเมตริกทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ภายในอุปกรณ์อย่างปลอดภัย ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ในทุกระดับ ขณะเดียวกัน การรับรองมาตรฐาน BHMA Grade 3 ยังยืนยันถึงความทนทานและความน่าเชื่อถือในการใช้งาน เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตยุคใหม่ โดย TCL D2 Pro มอบประสบการณ์การกลับบ้านที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และเชื่อมต่อได้มากยิ่งขึ้น

 

 

TCL D2L Lever Lock

เพียงจับ ก็ปลดล็อกได้อย่างลื่นไหลและปลอดภัย

TCL D2L Fingerprint Lever Lock มอบการเข้าใช้งานบ้านที่รวดเร็ว เชื่อถือได้ และเรียบง่าย ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Grip-to-Unlock ที่สามารถยืนยันตัวตนได้ภายใน 0.3 วินาที ให้ประสบการณ์การปลดล็อกที่เป็นธรรมชาติและราบรื่น โดยไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจหรือแอปพลิเคชัน

D2L ใช้การประมวลผลภายในอุปกรณ์ด้วย AI เพื่อพัฒนาความแม่นยำและการตอบสนองของระบบสแกนลายนิ้วมืออย่างต่อเนื่อง

ด้วยการรองรับ Matter โดยตรง ตัวล็อกสามารถเชื่อมต่อกับ Amazon Alexa, Google Assistant และ Apple Home ได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้ควบคุมระบบบ้านอัจฉริยะได้จากแพลตฟอร์มเดียวอย่างเป็นเอกภาพ

ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้รับการปกป้องด้วยการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ภายในอุปกรณ์ 100% โดยไม่มีการอัปโหลดขึ้นคลาวด์ นอกจากนี้ การรับรองมาตรฐาน BHMA Grade 3 ยังยืนยันถึงความทนทานและความปลอดภัยในการใช้งาน TCL D2L จึงมอบการใช้งานที่เข้าใจง่าย รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย และการปกป้องที่เชื่อถือได้ เพื่อการเข้าใช้งานบ้านที่ชาญฉลาดและปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับบ้านยุคใหม่

 

 

TCL D2L Lever Lock

เพียงจับ ก็ปลดล็อกได้อย่างลื่นไหลและปลอดภัย

TCL D2L Fingerprint Lever Lock มอบการเข้าใช้งานบ้านที่รวดเร็ว เชื่อถือได้ และเรียบง่าย ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Grip-to-Unlock ที่สามารถยืนยันตัวตนได้ภายใน 0.3 วินาที ให้ประสบการณ์การปลดล็อกที่เป็นธรรมชาติและราบรื่น โดยไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจหรือแอปพลิเคชัน

D2L ใช้การประมวลผลภายในอุปกรณ์ด้วย AI เพื่อพัฒนาความแม่นยำและการตอบสนองของระบบสแกนลายนิ้วมืออย่างต่อเนื่อง

ด้วยการรองรับ Matter โดยตรง ตัวล็อกสามารถเชื่อมต่อกับ Amazon Alexa, Google Assistant และ Apple Home ได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้ควบคุมระบบบ้านอัจฉริยะได้จากแพลตฟอร์มเดียวอย่างเป็นเอกภาพ

ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้รับการปกป้องด้วยการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ภายในอุปกรณ์ 100% โดยไม่มีการอัปโหลดขึ้นคลาวด์ นอกจากนี้ การรับรองมาตรฐาน BHMA Grade 3 ยังยืนยันถึงความทนทานและความปลอดภัยในการใช้งาน TCL D2L จึงมอบการใช้งานที่เข้าใจง่าย รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย และการปกป้องที่เชื่อถือได้ เพื่อการเข้าใช้งานบ้านที่ชาญฉลาดและปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับบ้านยุคใหม่

 

 

TCL 5G Mobile WiFi P50

นวัตกรรม 5G Mobile Wi-Fi รุ่นแรก ที่มาพร้อมการชาร์จไร้สายและชาร์จเร็วในตัว 

TCL 5G Mobile WiFi P50 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมง และยังสามารถทำหน้าที่เป็น พาวเวอร์แบงก์แบบพกพา เหมาะสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจ การรวมกลุ่มขนาดเล็ก และกิจกรรมกลางแจ้ง P50 รองรับเครือข่าย 5G แบบ Dual-mode ทั้ง millimeter wave และ Sub-6GHz ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 3.97 Gbps พร้อมรองรับ Wi-Fi 7 แบบ Tri-band (BE5800) ที่ให้ความเร็วสูงสุด 5.8 Gbps สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกันสูงสุด 64 เครื่อง มอบความเร็ว การครอบคลุม และความพร้อมใช้งานที่เหนือกว่า

หน้าจอสัมผัสขนาด 2.4 นิ้ว ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบการใช้งานดาต้า สถานะเครือข่าย อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ และข้อมูลเครือข่ายสำหรับผู้ใช้งานชั่วคราวได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีพอร์ต Gigabit Ethernet (GE) สำหรับการเชื่อมต่อแบบใช้สายที่ปลอดภัยและปราศจากสัญญาณรบกวน ด้วยประสิทธิภาพล้ำสมัยและความยืดหยุ่นในการใช้งานหลากหลายสถานการณ์ TCL 5G Mobile WiFi P50 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบพกพา

 

 

TCL 5G Mobile WiFi P50

นวัตกรรม 5G Mobile Wi-Fi รุ่นแรก ที่มาพร้อมการชาร์จไร้สายและชาร์จเร็วในตัว 

TCL 5G Mobile WiFi P50 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมง และยังสามารถทำหน้าที่เป็น พาวเวอร์แบงก์แบบพกพา เหมาะสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจ การรวมกลุ่มขนาดเล็ก และกิจกรรมกลางแจ้ง P50 รองรับเครือข่าย 5G แบบ Dual-mode ทั้ง millimeter wave และ Sub-6GHz ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 3.97 Gbps พร้อมรองรับ Wi-Fi 7 แบบ Tri-band (BE5800) ที่ให้ความเร็วสูงสุด 5.8 Gbps สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกันสูงสุด 64 เครื่อง มอบความเร็ว การครอบคลุม และความพร้อมใช้งานที่เหนือกว่า

หน้าจอสัมผัสขนาด 2.4 นิ้ว ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบการใช้งานดาต้า สถานะเครือข่าย อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ และข้อมูลเครือข่ายสำหรับผู้ใช้งานชั่วคราวได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีพอร์ต Gigabit Ethernet (GE) สำหรับการเชื่อมต่อแบบใช้สายที่ปลอดภัยและปราศจากสัญญาณรบกวน ด้วยประสิทธิภาพล้ำสมัยและความยืดหยุ่นในการใช้งานหลากหลายสถานการณ์ TCL 5G Mobile WiFi P50 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบพกพา

 

 

TCL WIFI ROUTER BE36

ความเร็วสูง ครอบคลุมกว้าง

TCL WiFi Router BE36 คือเราเตอร์ Wi-Fi 7 Mesh ที่ออกแบบมาสำหรับบ้านอัจฉริยะ รองรับความต้องการด้านความเร็ว ความเสถียร และการครอบคลุมเครือข่ายในชีวิตประจำวัน BE36 รองรับ Wi-Fi 7 แบบ Dual-band บนความถี่ 2.4GHz และ 5GHz โดยย่าน 5GHz ใช้เทคโนโลยี 3T3R เพื่อเสริมความแรงของสัญญาณและการครอบคลุมที่กว้างขึ้น มาพร้อมพอร์ต 2.5GE LAN, เทคโนโลยี EasyMesh R6 และรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สูงสุด 512 เครื่อง เพื่อการครอบคลุมทั้งบ้านที่รวดเร็วและราบรื่น

ด้านความปลอดภัยได้รับการเสริมด้วยความร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ชั้นนำ F-Secure ครอบคลุมการป้องกันการท่องเว็บและมัลแวร์ การปกป้องการติดตาม การตรวจจับความผิดปกติ การป้องกันการโจมตีแบบ brute-force การรายงานการสแกนพอร์ต และการรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์สมาร์ตโฮม

เราเตอร์ยังมาพร้อมระบบเร่งประสิทธิภาพการเล่นเกมอัจฉริยะ ช่วยจัดลำดับทราฟฟิกเกมให้มีความหน่วงต่ำ เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลและมีคุณภาพสูง ด้วยการผสานความเร็ว การครอบคลุม และความปลอดภัย TCL WiFi Router BE36 จึงเป็นโซลูชันเครือข่ายที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับความบันเทิง การเล่นเกม และการทำงานภายในบ้าน

 

 

TCL WIFI ROUTER BE36

ความเร็วสูง ครอบคลุมกว้าง

TCL WiFi Router BE36 คือเราเตอร์ Wi-Fi 7 Mesh ที่ออกแบบมาสำหรับบ้านอัจฉริยะ รองรับความต้องการด้านความเร็ว ความเสถียร และการครอบคลุมเครือข่ายในชีวิตประจำวัน BE36 รองรับ Wi-Fi 7 แบบ Dual-band บนความถี่ 2.4GHz และ 5GHz โดยย่าน 5GHz ใช้เทคโนโลยี 3T3R เพื่อเสริมความแรงของสัญญาณและการครอบคลุมที่กว้างขึ้น มาพร้อมพอร์ต 2.5GE LAN, เทคโนโลยี EasyMesh R6 และรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สูงสุด 512 เครื่อง เพื่อการครอบคลุมทั้งบ้านที่รวดเร็วและราบรื่น

ด้านความปลอดภัยได้รับการเสริมด้วยความร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ชั้นนำ F-Secure ครอบคลุมการป้องกันการท่องเว็บและมัลแวร์ การปกป้องการติดตาม การตรวจจับความผิดปกติ การป้องกันการโจมตีแบบ brute-force การรายงานการสแกนพอร์ต และการรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์สมาร์ตโฮม

เราเตอร์ยังมาพร้อมระบบเร่งประสิทธิภาพการเล่นเกมอัจฉริยะ ช่วยจัดลำดับทราฟฟิกเกมให้มีความหน่วงต่ำ เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลและมีคุณภาพสูง ด้วยการผสานความเร็ว การครอบคลุม และความปลอดภัย TCL WiFi Router BE36 จึงเป็นโซลูชันเครือข่ายที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับความบันเทิง การเล่นเกม และการทำงานภายในบ้าน

 

 

TCL X11L SQD-Mini LED TV

ที่สุดแห่งทีวี Mini LED

X11L คือทีวีรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมเทคโนโลยี SQD-Mini LED โดยมีคุณสมบัติโดดเด่นดังนี้: 

Ultimate Color: จอภาพสามารถแสดงผลช่วงสีได้สูงสุดถึง 100% BT.2020 All-Scene Wide Color Gamut พร้อมรักษาความเสถียรของสีในทุกเฟรม มอบคุณค่าในการรับชมที่จับต้องได้สำหรับผู้ใช้งาน การผสานการทำงานระหว่าง Super QLED และ Super Panel สร้างประสิทธิภาพที่เหนือกว่าการทำงานแบบแยกส่วน โดย Super QLED จะเปลี่ยนแสงจากระบบแบ็กไลต์ให้เป็นแสงสีขาวบริสุทธิ์ ก่อนที่แผงกรองสีแบบ Ultra Color Filter จะช่วยแยกแสงสีแดง เขียว และน้ำเงินอย่างแม่นยำ ส่งผลให้ได้ขอบเขตสีที่กว้างเป็นพิเศษในทุกภาพ

Ultimate Panel: แผงจอ WHVA 2.0 Ultra Panel มาพร้อม Ultra Color Filter ที่ช่วยเพิ่มขอบเขตสีได้ถึง 33% มอบประสิทธิภาพด้านสีในระดับสูงสุด รองรับมุมมองภาพที่กว้าง คอนทราสต์เนทีฟสูง การสะท้อนต่ำเป็นพิเศษ และดีไซน์ Virtually ZeroBorder ทำให้เป็นแผงจอที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับทีวี Mini LED และเป็นองค์ประกอบสำคัญของประสบการณ์การรับชมระดับโรงภาพยนตร์

Ultimate Contrast: X11L ได้รับการอัปเกรดด้วยโซนหรี่แสงที่แม่นยำสูงสุดถึง 20,736 โซน พร้อมเทคโนโลยี TCL All-domain Halo Control ที่ผสานการทำงานของชิปกำเนิดแสงรุ่นใหม่ เลนส์ไมโครแบบความหนาแน่นสูง และโครงสร้าง Micro-OD ช่วยให้การควบคุมรูปทรงของแสงในแต่ละโซนมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีแผงจอ CSOT WHVA 2.0 ที่มีค่า Native Contrast สูง และอัลกอริทึมควบคุมแสงและเงาชั้นนำระดับโลก X11L จึงสามารถถ่ายทอดแสงและเงาได้อย่างสมจริง ยกระดับคุณภาพของภาพอย่างชัดเจน

Ultimate Brightness: X11L รองรับความสว่างสูงสุดถึง HDR 10,000 nits มอบภาพที่สว่างโดดเด่น เผยรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ และสร้างอิมแพ็กต์ทางภาพอย่างน่าประทับใจ ทำให้คอนเทนต์ HDR มีชีวิตชีวา คมชัด และสมจริงยิ่งขึ้น

Ultimate Design: X11L ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่ประณีต ตัวเครื่องบางลงเกือบ 2 เซนติเมตร พร้อมดีไซน์ Virtually ZeroBorder มอบประสบการณ์การรับชมที่ดื่มด่ำอย่างแท้จริง

Ultimate Sound: มาพร้อมระบบเสียง Audio by Bang & Olufsen ถ่ายทอดเสียงที่ได้รับการปรับจูนอย่างพิถีพิถันตลอดทั้งระบบอะคูสติก โดยพัฒนาร่วมกับทีม B&O ลำโพงระดับ Hi-End ให้พลังเสียงที่หนักแน่น คมชัด และบริสุทธิ์ เพื่อประสบการณ์การรับฟังที่ยอดเยี่ยม

 

 

TCL X11L SQD-Mini LED TV

ที่สุดแห่งทีวี Mini LED

X11L คือทีวีรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมเทคโนโลยี SQD-Mini LED โดยมีคุณสมบัติโดดเด่นดังนี้: 

Ultimate Color: จอภาพสามารถแสดงผลช่วงสีได้สูงสุดถึง 100% BT.2020 All-Scene Wide Color Gamut พร้อมรักษาความเสถียรของสีในทุกเฟรม มอบคุณค่าในการรับชมที่จับต้องได้สำหรับผู้ใช้งาน การผสานการทำงานระหว่าง Super QLED และ Super Panel สร้างประสิทธิภาพที่เหนือกว่าการทำงานแบบแยกส่วน โดย Super QLED จะเปลี่ยนแสงจากระบบแบ็กไลต์ให้เป็นแสงสีขาวบริสุทธิ์ ก่อนที่แผงกรองสีแบบ Ultra Color Filter จะช่วยแยกแสงสีแดง เขียว และน้ำเงินอย่างแม่นยำ ส่งผลให้ได้ขอบเขตสีที่กว้างเป็นพิเศษในทุกภาพ

Ultimate Panel: แผงจอ WHVA 2.0 Ultra Panel มาพร้อม Ultra Color Filter ที่ช่วยเพิ่มขอบเขตสีได้ถึง 33% มอบประสิทธิภาพด้านสีในระดับสูงสุด รองรับมุมมองภาพที่กว้าง คอนทราสต์เนทีฟสูง การสะท้อนต่ำเป็นพิเศษ และดีไซน์ Virtually ZeroBorder ทำให้เป็นแผงจอที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับทีวี Mini LED และเป็นองค์ประกอบสำคัญของประสบการณ์การรับชมระดับโรงภาพยนตร์

Ultimate Contrast: X11L ได้รับการอัปเกรดด้วยโซนหรี่แสงที่แม่นยำสูงสุดถึง 20,736 โซน พร้อมเทคโนโลยี TCL All-domain Halo Control ที่ผสานการทำงานของชิปกำเนิดแสงรุ่นใหม่ เลนส์ไมโครแบบความหนาแน่นสูง และโครงสร้าง Micro-OD ช่วยให้การควบคุมรูปทรงของแสงในแต่ละโซนมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีแผงจอ CSOT WHVA 2.0 ที่มีค่า Native Contrast สูง และอัลกอริทึมควบคุมแสงและเงาชั้นนำระดับโลก X11L จึงสามารถถ่ายทอดแสงและเงาได้อย่างสมจริง ยกระดับคุณภาพของภาพอย่างชัดเจน

Ultimate Brightness: X11L รองรับความสว่างสูงสุดถึง HDR 10,000 nits มอบภาพที่สว่างโดดเด่น เผยรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ และสร้างอิมแพ็กต์ทางภาพอย่างน่าประทับใจ ทำให้คอนเทนต์ HDR มีชีวิตชีวา คมชัด และสมจริงยิ่งขึ้น

Ultimate Design: X11L ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่ประณีต ตัวเครื่องบางลงเกือบ 2 เซนติเมตร พร้อมดีไซน์ Virtually ZeroBorder มอบประสบการณ์การรับชมที่ดื่มด่ำอย่างแท้จริง

Ultimate Sound: มาพร้อมระบบเสียง Audio by Bang & Olufsen ถ่ายทอดเสียงที่ได้รับการปรับจูนอย่างพิถีพิถันตลอดทั้งระบบอะคูสติก โดยพัฒนาร่วมกับทีม B&O ลำโพงระดับ Hi-End ให้พลังเสียงที่หนักแน่น คมชัด และบริสุทธิ์ เพื่อประสบการณ์การรับฟังที่ยอดเยี่ยม

 

 


เมื่อศิลปะหลอมรวมเข้ากับชีวิตประจำวัน การออกแบบจึงกลายเป็นสะพานที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีและอารมณ์ความรู้สึกอย่างเงียบงาม — เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ และเปี่ยมด้วยความอบอุ่น

NXTHOME™  ดำเนินไปตามจังหวะธรรมชาติของแต่ละวัน ถ่ายทอดให้เห็นว่าความอัจฉริยะและสุนทรียภาพสามารถเชื่อมโยงทุกช่วงเวลาได้อย่างกลมกลืน ตั้งแต่ทางเข้าบ้านจนถึงห้องนอน ตั้งแต่แสงยามเช้าจนถึงความสงบในยามค่ำคืน ทุกพื้นที่ล้วนบอกเล่าเรื่องราวของความสมดุลและความสบายใจ พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าการใช้ชีวิตอัจฉริยะช่วยเติมเต็มสิ่งที่สำคัญที่สุดได้อย่างไร — นั่นคือ “ความรู้สึกของการได้อยู่บ้าน” ในทุกความหมายของคำนี้

เมื่อศิลปะหลอมรวมเข้ากับชีวิตประจำวัน การออกแบบจึงกลายเป็นสะพานที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีและอารมณ์ความรู้สึกอย่างเงียบงาม — เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ และเปี่ยมด้วยความอบอุ่น.
NXTHOME™ ดำเนินไปตามจังหวะธรรมชาติของแต่ละวัน ถ่ายทอดให้เห็นว่าความอัจฉริยะและสุนทรียภาพสามารถเชื่อมโยงทุกช่วงเวลาได้อย่างกลมกลืน ตั้งแต่ทางเข้าบ้านจนถึงห้องนอน ตั้งแต่แสงยามเช้าจนถึงความสงบในยามค่ำคืน ทุกพื้นที่ล้วนบอกเล่าเรื่องราวของความสมดุลและความสบายใจ พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าการใช้ชีวิตอัจฉริยะช่วยเติมเต็มสิ่งที่สำคัญที่สุดได้อย่างไร — นั่นคือ “ความรู้สึกของการได้อยู่บ้าน” ในทุกความหมายของคำนี้.

 

ก้าวสำคัญของนวัตกรรมวัสดุที่ยั่งยืน

วัสดุ TCL ECORA™ ได้รับการพัฒนาจากเมือง จิ่งเต๋อเจิ้น แหล่งกำเนิดเครื่องเคลือบจีนอันเก่าแก่ และพัฒนาร่วมกับ Chris Lefteri Design โดยนำเศษวัสดุเซรามิกที่เหลือใช้มาแปรรูปเป็นวัสดุเติมแต่งพลาสติกสมรรถนะสูง ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของนวัตกรรมด้านความยั่งยืนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ TCL

TCL ECORA™ ผสานงานหัตถศิลป์เหนือกาลเวลาเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ ช่วยเสริมความแข็งแรงของวัสดุ พร้อมคงไว้ซึ่งความงามและคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

ก้าวสำคัญของนวัตกรรมวัสดุที่ยั่งยืน
วัสดุ TCL ECORA™ ได้รับการพัฒนาจากเมือง จิ่งเต๋อเจิ้น แหล่งกำเนิดเครื่องเคลือบจีนอันเก่าแก่ และพัฒนาร่วมกับ Chris Lefteri Design โดยนำเศษวัสดุเซรามิกที่เหลือใช้มาแปรรูปเป็นวัสดุเติมแต่งพลาสติกสมรรถนะสูง ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของนวัตกรรมด้านความยั่งยืนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ TCL. 
TCL ECORA™ ผสานงานหัตถศิลป์เหนือกาลเวลาเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ ช่วยเสริมความแข็งแรงของวัสดุ พร้อมคงไว้ซึ่งความงามและคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน.

ติดตามเรา

 

            

 

ติดตามเรา